ประวัติความเป็นมา
ลีซอหรืออีกชื่อหนึ่งว่าลีซู ลีซอมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ต้นแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง ได้อพยพไปอยู่ที่ ยูนานในจีน ต่อมาได้อพยพเข้าในพม่า และเข้ามาอยู่ทางแถบเหนือของประเทศไทย เมื่อประมาณ ๖๐ ปีมานี้ ประชากรลีซอที่อยู่ในประเทศจีนมีราว ๕๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศพม่า ๒๕๐,๐๐๐ คน และในประเทศไทย ๓๒,๐๐๐ คน ส่วนมากแล้วชาวลีซออาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายและเพชรบูรณ์
การแต่งกายของเผ่าลีซอ
เสื้อผ้าสตรีมีลักษณะคล้ายเสื้อคลุม ผ่าเฉียงจากคอลงไปถึงเข่าแทนกระโปรง ส่วนใหญ่ใช้สีฟ้าสดใส ช่วงแขนที่ยาวลงมาถึงข้อมือขลิบผ้าสีดำที่ริมชาย ตรงคอและไหล่ขลิบด้วยสีแดงชมพู คาดเป็นลายสวยงาม ที่เอวใช้ผ้าสีดำคาดเป็นเข็มขัด ส่วนชั้นในสวมกางเกงขายาวไว้เสมอ ตรงขอบกางเกงขลิบด้วยสีดำหรือสีม่วงและลายอื่น ๆ เสื้อลีซอหญิงมักใช้สีที่ดูเด่นเสมอ ส่วนเครื่องแต่งกายบุรุษสวมเสื้อคอกลมสีดำ ผ่าอกด้านขวาทับด้านซ้ายเป็นแนวเฉียงปักลวดลายสีขาวที่หน้าอก และประดับด้วยกระดุมสีเงินตามไหล่และคอ กางเกงขายาวเป้ากว้างสีดำ มีแถบตรงปลายขาสีฟ้า
ภาษาของเผ่าลีซอ
ภาษาลีซออยู่ในกลุ่มเดียวกันกับภาษามูเซอและอีก้อ ซึ่งกลุ่มนี้รวมเรียกว่า โลโล (Loloish) ภาษากลุ่มโลโลมีความสัมพันธ์กับกลุ่มภาษาพม่า (Burmish) จึงรวมเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเรียกว่า กลุ่มพม่า-โลโล (Burmese-Lolo) และกลุ่มภาษาพม่า-โลโลมีความสัมพันธ์กับภาษาธิเบต (Tibetan) จึงรวมกันเข้าเป็นตระกูลภาษาใหญ่ธิเบต-พม่า (Tibeto-Burman) อีกทีหนึ่งนอกจากนี้ นักภาษาศาสตร์ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ตระกูลภาษาใหญ่ทิเบต-พม่ามีความสัมพันธ์กับภาษาตระกูลใหญ่จีน (Sinitic) จึงรวมกันเข้าเป็นตระกูลภาษาใหญ่ที่เรียกว่า จีน-ธิเบต (Sino-Tibetan) ด้วยภาษาลีซออยู่คนละตระกูลภาษากับภาษาไทย จึงแตกต่างจากภาษาไทยมาก ลักษณะภาษาลีซอได้แก่ทำนองเสียง ประโยคลีซอที่มีข้อความเดียวกัน ถ้าเป็นประโยคคำถาม จะใช้เสียงตกตรงท้ายประโยค แต่ถ้าเป็นประโยคอื่น ๆ อาทิ ประโยคบอกเล่า, ประโยคปฏิเสธ ฯลฯ ทำนองเสียงจะราบเรียบ อาทิ ประโยคคำถาม, ประโยคชนิดอื่นๆ
ประเพณีและวัฒนธรรม
ประเพณีการเกี้ยวสาว กล่าวการ่าความสุขที่ถือว่าสุดยอดของลูกผู้ชายชาวลีซอ คือการดื่มเหล้า กินอาหารและได้เกี้ยวสาว ดังคำโคลงบทหนึ่งของลีซอว่า ผีเผ่อต่อ ซาเหย่ต่อ จ่าจํะ ตูบี่ขะ ( ดื่มสุราจิบน้ำชาสรรหาอาหารร่วมรักสาวสะคราญ ) ดังนั้นในหมู่บ้านของลีซอจึงไม่ค่อยมีใครครองโสดได้นานถึง ๓๐ ปีเลย หนุ่มสาวลีซออายุ ๑๔- ๑๖ ปี จะเริ่มรู้จักการเกี้ยวพาราสีและแต่งงานกันแล้ว การเกี้ยวสาวของหนุ่มลีซอมักจะเริ่มขึ้นที่บริเวณครกกระเดื่องตำข้าวกลางลานบ้าน หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว โดยหญิงสาวลีซอจะสะพายกระบุงข้าวมาตำรอคอยชายหนุ่ม เสียงสากกระทบกับครกไม้ดังแว่วในหมู่บ้าน ทำให้จิตใจของหนุ่มลีซอกระสันหาสาวหยิบเอาซือบือ หรือซึงคู่ใจมาดีดเป็นเพลงเดินตรงไปหาสาวทันที ประเพณีลีซอ มีข้อห้ามมิให้เกี้ยวสาวภายในบริเวณบ้าน เพราะเป็นการผิดผีบ้านผีเรือน หรือหากมีพ่อแม่ หรือพี่ชาย หรือญาติของฝ่ายหญิงที่เป็นผู้ชายตลอดจนผู้อาวุโสอยู่ในบริเวณนั้น ก็ห้ามเกี้ยวพาราสีหญิงสาวโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติไม่เคารพกัน นอกเสียจากว่าญาติทางฝ่ายหญิงสาวจะเป็นผู้หญิงเท่านั้น จึงจะเกี้ยวสาวได้การนัดพบพูดคุยกันของหนุ่มสาวลีซอ เมื่อมีโอกาสก็จะนัดพบกัน ณ สถานที่ใกล้หมู่บ้านหรือบริเวณครกตำข้าว หรือเวลาไปไร่ ไปร้องเพลงโต้ตอบกันเป็นกลุ่มหนุ่มลีซอมักกล่าวเสมอว่า งัวะ อะ สี หมะ หยัวะ งัวะ งี มา เถ่ มา หยัวะ ( ผมไม่มีอะไรอื่นนอกจากหัวใจดวงเดียวเท่านั้น ) การเกี้ยวพาราสีกัน หากหญิงสาวไม่พึงใจผู้ชายจะจับต้องหรือล่วงเกินไม่ได้ แต่หากพึงใจต่อกันความสัมพันธ์ก็อาจจะไปถึงขั้นได้เสียกันก่อน ซึ่งลีซอก็จะไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหาย หรือละอายต่อสังคมแต่ประการใด
|